หน้าแรก

ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ความหมายของ Ratio ที่สำคัญๆ

ความหมายของ Ratio ที่สำคัญๆ

1]current ratio(อัตราส่วนทุนหมุนเวียน)=ทรัพย์สินหมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน
=ใช้เพื่อดูความคล่องตัวทางการเงินของบริษัท ค่ายิ่งมากยิ่งดี ถ้าค่าที่ได้น้อยกว่า1 แสดงว่ามีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

2]quick ratio(อัตราส่วนหมุนเร็ว)=(เงินสด+เงินลงทุนระยะสั้น+ลูกหนี้การค้า)/หนี้สินหมุนเวียน
=ใช้เพื่อดูสภาพคล่องทางการเงินเหมือนcurrent ratioแต่จะเข้มข้นกว่าเพราะไม่ได้เอาสินค้าคงเหลือมารวมด้วย เพราะบางบริษัทอาจมีสินค้าคงเหลือจำนวนมากที่ตกรุ่น กว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดได้กินเวลานานหรือไม่ได้ราคา

3]account receivable turnover(อัตราการหมุนของลูกหนี้)= 2*ยอดขาย/(ลูกหนี้การค้าต้นงวด+ลูกหนี้การปลาย)
=ค่ายิ่งมากยิ่งดี เป็นการดูว่างวดบัญชีหนึ่งๆยอดขายที่เห็นเป็นการจ่ายหนี้ทั้งหมดกี่รอบ

4]days receive(ระยะเวลาเก็บหนี้)=365/อัตราการหมุนของลูกหนี้
=ใช้คู่กับaccount receivable turnoverเพื่อดูการบริหารลูกหนี้ของบริษัท ควรดูนโยบายของบรษัทก่อนว่าอุตสาหกรรมแบบนี้ควรให้เครดิตลูกหนี้กี่วัน แล้วลองเอามาดูกับบริษัทที่เราสนใจ เช่น คู่แข่งกับเรายอดขายเท่าๆกัน แต่คู่แข่งให้เครดิต30วัน เราให้90วัน กว่าเราจะได้เก็บหนี้ก็คางเหลืองพอดี

5]inventory turnnover(อัตรการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ)=2*ต้นทุนการขาย/(สินค้าคงเหลือ ต้นงวด+สินค้าคงเหลือปลายงวด)
=
5.1)เป็นการดูว่าอัตรการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือเป็นอย่างไร สินค้าได้รับความนิยมแค่ไหน ถ้าค่านี้มากแสดงว่าบริษัทมีการหมุนเวียนของสต๊อกสินค้าเร็วสั่งวัถุดิบเข้า มาก็แปรรูปขายไปหมด ต้องสั่งlotใหม่เรื่อยๆ ค่าของinventory turnnoverจะบอกว่างวดบัญชีที่ศึกษามีการหมุนเวียนของสินค้ากี่รอบ (แต่ควรจะเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น พวกอสังหากว่าจะปลูกบ้านจนขาย อาจใช้เวลา1-2ปี แต่พวกอาหารอาจใช้เวลาน้อยกว่ามาก รอบจึงอาจจะถี่กว่า)

5.2)ถ้าเป็นค่าต่ำๆ(ต่ำกว่า1ลงมา)แสดงว่ามีการสต๊อกวัตถุดิบไว้มากกว่า ยอดขาย อาจเกิดความเสี่ยงที่วัตถุดิบจะด้อยค่า หรือตกรุ่นไปเลย แต่จะใช้ไม่ได้กับพวกที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เช่นน้ำมัน การมีสต๊อกเป็นจำนวนมากอาจกลับกลายเป็นข้อดีเพราะซื้อมาในราคาที่ต่ำ ในขณะที่ราคาตลาดปรับตัวขึ้น

6]inventory days(ระยะเวลาขายสินค้า)=365/อัตรการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ
=ระยะเวลาจากนำวัตถุดิบเข้ามาจนแปรรูปขายออกไปเฉลี่ยกี่วัน

7]interest coverage ratio(ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย)=กำไรก่อนหักดอกเบี้ย/ดอกเบี้ย
=ความ สามารถในการจ่ายดอกเบี้ย ถ้านัอยกว่า1แสดงว่ากำไรได้มา จ่ายดอกเบี้ยยังไม่พอ บริษัทแบบนี้ก็ไม่ต้องไปยุ่งมัน

8]payable turnover(อัตรการหมุนเวียนเจ้าหนี้)=2*ต้นทุนการขาย/(เจ้าหนี้การค้าต้นงวด +เจ้าหนี้การค้าปลายงวด)
=ดูว่าวัตถุดิบทั้งหมดที่ซื้อเข้ามาในงวดบัญชีนั้น เราแบ่งจ่ายเงินเจ้าหนี้ไปกี่รอบ ยิ่งน้อยยิ่งดี

9]payable payment period(ระยะเวลาจ่ายหนี้)=365/อัตรการหมุนเวียนเจ้าหนี้
=ระยะเวลาที่เจ้า หนี้ให้เครดิตเรา ยิ่งมากยิ่งดีเพราะการเป็นหนี้แบบนี้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ทำให้สามารถเอาเงินมาหมุนก่อนได้

10]fixed asset turnover(อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์ถาวร)=2*รายได้จากการขาย/(ที่ดิน ,อาคาร,อุปกรณ์ต้นงวด+ปลายงวด)
=เป็นการเปรียบเทียบยอดขายกับสินทรัพย์ถาวร ถ้ามีค่ามากๆจะบอกได้ว่ามีประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์สินถาวรสร้างยอดขาย

11]gross profit margin(อัตรากำไรขั้นต้น)=กำไรขั้นต้น/ยอดขาย
=ดูว่ากำไรขั้นต้นเป็นกี่เท่าของยอดขาย

12]net profit margin(อัตรากำไรสุทธิ)=(กำไรขั้นต้น-ดอกเบี้ย-ภาษีจ่าย-ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย)/ยอดขาย
=กำไรสุทธิเป็นกี่เท่าของยอดขาย

13]debt to equity ratio=หนี้สิน/ทุน
=จากสมการสินทรัพย์=หนี้สิน+ทุน ถ้าd/e=1แสดงว่า สินทรัพย์100บาทมีหนี้50ทุน50 บริษัทไหนมีค่านี้ต่ำจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าในยามเกิดวิกฤตเศษฐกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น